เช้าวันนี้ มีเพื่อนชาวสหรัฐฯที่ทำงานที่เกี่ยวข้องกับวงการเทคโนโลยีได้ส่งลิ้งก์หนึ่งมาให้อ่าน เป็นผลวิจัยที่เปิดเผยว่า คนอเมริกันกำลังเลิกเล่น Facebook! ผมก็แบบ หือ! จริงเหรอ คือได้ยินข่าวมานานนะ พร้อมกับรู้สึกเองด้วยว่า มันเริ่มถึงจุดเปลี่ยนแล้วจริงๆ แต่ผลวิจัยนี้ก็เหมือนมาย้ำเตือนและยืนยันสิ่งที่ผมคิดไว้ด้วยอีกทาง

โดยสำนักวิจัย Pew Research Center ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า ผู้ใช้ Facebook ในสหรัฐฯกำลังตื่นตัวและลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมานั้น ผู้ใช้ที่อายุมากกว่า 18 ปี จำนวนมากถึง 54% นั้นกำลังตื่นตัวกับการตั้งค่าความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้ตัวเอง หลังจากกรณี Cambridge Analytica ที่ Facebook ทำข้อมูลผู้ใช้หลุดอันอื้อฉาว

นอกจากนี้ ผู้ใช้ Facebook จำนวน 42% นั้นใช้งาน Facebook น้อยลง แค่ไม่กี่ครั้งต่อสัปดาห์ (ไม่ใช่ทุกวันแล้ว) ในขณะที่มีอีก 26% ที่ถึงขั้นลบแอพฯ Facebook ออกจากโทรศัพท์ไปเลย

 

อันที่จริงแล้ว ผมเคยคิดไว้นานแล้ว ถึงปัญหาที่ Facebook กำลังเจออยู่ในทุกวันนี้ สิ่งที่ผมกำลังจะเขียนต่อไปนี้ คือความคิดเห็นของผมล้วนๆเลยนะ โดยอ้างอิงมาจากประสบการณ์ที่พบเจอ ความรู้สึก และอารมณ์ร่วมนิดๆ

ไม่สามารถจัดการกับข่าวปลอม/คอนเท้นท์ที่ไม่มีคุณภาพได้

ทุกวันนี้หากเราจะเปิด Facebook เราจะเห็นคอนเท้นท์ที่ไม่มีคุณภาพอยู่เต็มไปหมด จริงอยู่ว่า เราไม่สามารถตัดสินได้ด้วยมาตรฐานของเราเองอยู่แล้ว แต่ก็อย่างที่ทุกคนเห็นกันหมด คอนเท้นท์ที่ไม่มีคุณภาพ/ข่าวปลอมพวกนี้ มันไม่เคยส่งเสริมให้เกิดสิ่งดีๆขึ้นในสังคมได้เลย

ยกตัวอย่างเช่น

ช่วงหลังๆนี้มี Facebook Page หลายแห่งที่เขียนข่าวปลอม (ข่าวแว่วมาว่า เป็นของคนเขมรทำหลอกคนไทย) โดยเขียนข่าวแรงๆ แบบแรงมากๆ (ถ้าจำข่าวนายกฯไล่ไปเติมน้ำเปล่าแทนน้ำมันรถ นั่นก็อีกข่าวหนึ่งที่ปลอม) แต่กว่าที่ Facebook จะจัดการอะไรได้ ก็ปล่อยให้ข่าวมันออนไลน์ในแพล็ตฟอร์มตัวเองตั้งหลายวัน หรือในช่วงที่เกิดเหตุการณ์เขื่อนแตกที่ลาว แล้วมีคนปล่อยรูปภาพผู้เคราะห์ร้ายจากอุบัติภัยครั้งนั้น ซึ่งแน่นอน ปลอมอีกเช่นเคย Facebook ก็ปล่อยให้ข่าวพวกนั้นว่อนอยู่ในแพล็ตฟอร์มตัวเองอยู่ตั้งนาน มีหลายคนรีพอร์ตไป แต่ก็จะได้รับการตอบกลับมาเสมอว่า คอนเท้นท์เหล่านั้นไม่ผิดมาตรฐานชุมชน จ้ะ… แถมพวกเพจที่ก้อปวิดิโอ ดูดคลิปจากแพล็ตฟอร์มอื่นอย่าง YouTube ก็ไม่เคยผิดอะไรเลย รีพอร์ตไปก็ตอบกลับมาเหมือนเดิม จนไม่แน่ใจว่า ที่ตอบกลับมานั้น มีทีมงานที่เป็นคนจริงๆทำหน้าที่เป็น reviewer คอยตรวจสอบจริงๆหรือเปล่า หรือแค่ตั้งข้อความอัติโนมัติให้ตอบกลับเท่านั้น

 

ลด Reach ลด ลด ลด ลด ลด…

สำหรับคนทำแฟนเพจแล้ว ต้องเจอปัญหานี้เหมือนกัน คือ Facebook กด reach หรือปริมาณการมองเห็นโพสของเพจเราให้น้อยลงมากกกกก เอาง่ายๆคือไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ แล้วลองคิดดูตามผมว่า

สำหรับคนที่ลงทุนทำธุรกิจบนแพล็ตฟอร์มนี้ เค้าลงทุนทำคอนเท้นท์ ซื้อโฆษณา ซื้อไลค์ ก็เพราะเค้าต้องการให้มีผู้ติดตามในแฟนเพจเค้า เพื่อที่จะต่อยอดทางธุรกิจได้ แต่การซื้อไลค์ ซื้อโฆษณาเหล่านั้นจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะสุดท้าย Facebook ก็ไม่ยอมให้โพสต่างๆนั้นไปถึงผู้ใช้ได้ (ให้เห็นแค่นิดเดียว) พูดง่ายๆว่า ถ้าไม่ยอมจ่ายเงินค่าโฆษณา คนก็จะไม่เห็นโพสว่างั้นแหละ ต่อให้แฟนเพจของคุณจะมีคนไลค์เยอะแค่ไหนก็ตาม

มันควรจะเป็นเรื่องปกติมั้ยที่ เมื่อมีใครสักคนกดติดตามเพจไหน นั่นก็เพราะเขาอยากจะรับรู้ข้อมูลหรือคอนเท้นท์ของเพจนั้นๆ ฉะนั้น ไม่ว่าเพจจะโพสอะไร คนเหล่านั้นควรจะต้องสิ ไม่ใช่ไปจำกัดไม่ให้พวกเขาเห็นแบบทุกวันนี้ เอาจริงๆทุกวันนี้นี่แบบ หลายคนลืมไปด้วยซ้ำว่าเคยกดติดตามเพจไหนบ้าง เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นโพสจากเพจนั้นๆเป็นเวลานานมากกกกก

 

ไม่แคร์ Publisher ไม่แคร์ Developer ไม่แคร์ห่าอะไรทั้งนั้น!

ประโยคนี้อาจจะแรงหน่อย แต่นี่คือความจริงที่ผมเจอมา ในกลุ่ม Facebook Developer ที่เป็นกลุ่มใหญ่ของต่างประเทศและมี Admin เป็นทีม Dev ของ Facebook นั้น มี Developer ภายนอกมาโพสแจ้งปัญหาหรือสอบถามอะไรต่างๆอยู่เสมอ แต่รู้มั้ยว่าผลตอบรับคืออะไร? ไม่มีครับ มีแต่พวก Developer อื่นๆมาตอบกันเอง ปลอบกันเอง คุยกันเอง แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆจากทีม Facebook Dev เลย

อันที่จริงก็เข้าใจได้ว่ากลุ่ม Facebook Developer นั้นไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อ Support ให้กับ Developer คนอื่นๆ แต่เพื่อเป็น External Community ที่ให้สมาชิกช่วยเหลือกันได้ แต่ก็นะ.. บางปัญหาคือมันไม่สามารถช่วยกันเองได้จริงๆ มันต้องทีมจาก Facebook เท่านั้น

ยกตัวอย่างเคสหนึ่ง เจ้าของธุรกิจแอพฯหนึ่งใช้ระบบล็อกอินของ Facebook ทีนี้ล่าสุด Facebook ประกาศเปลี่ยนแปลงกฏ โดยทุกแอพฯนั้นจะต้องเข้าสู่กระบวนการรีวิวใหม่อีกครั้ง เจ้าของธุรกิจคนนี้ก็ส่งแอพฯเค้าเข้ารีวิว เค้าส่งล่วงหน้าไป 4-5 เดือนเลยนะ สุดท้าย อีก 1 อาทิตย์ก่อนเดดไลน์ ถ้าถึงเดดไลน์แล้ว แอพฯที่ยังไม่ผ่านการรีวิว จะไม่สามารถใช้ได้ และบริษัทเค้าจะต้องปิดตัว แต่ก่อนเดดไลน์ 1 อาทิตย์ ทีม Reviewer ของ Facebook ตอบกลับมาว่า แอพฯของเค้าไม่ผ่านการรีวิว เพราะแอพฯของเค้าที่อยู่ใน App Store ไม่สามารถใช้ระบบล็อกอิน Facebook ได้จริง

อ้าว! งงสิครับ มันจะใช้ได้จริงได้ไง ก็ในเมื่อ Facebook ให้ส่งรีวิวใหม่ และแอพฯนั้นมันใช้ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะต้องรีวิวกับ Facebook ผลสุดท้ายเป็นยังไงไม่รู้ ผมไม่ได้ติดตามต่อ

ผมเห็นปัญหาแบบนี้เยอะมาก มากกกก ติดต่อ Support ยากมากถึงมากที่สุด

นอกจากนี้ ช่วงก่อนหน้านี้ได้ยินข่าวว่า Facebook ประกาศจะไม่สนใจ Publisher อีกต่อไปแล้ว ขออนุญาตอ้างอิงคำพูดจากข่าวนี้ Facebook ไม่แคร์วงการสื่ออีกต่อไป ลั่น จากนี้จะเหมือนยื่นมือไปช่วยธุรกิจที่กำลังจะตาย

“เราไม่สนใจที่จะพูดถึงการสร้าง traffic ให้กับคุณอีกแล้ว เพราะนั่นมันคือโลกเก่า และเราไม่มีวันที่จะหวนกลับไปหามันอีกครั้ง”

 

โดยสรุปแล้ว ผมคิดว่า มันก็คงจะเหมือนวัฏจักรของโลกเทคโนโลยีแหละ หลายปีก่อนเราก็ไม่คิดว่า Yahoo อันแสนยิ่งใหญ่ จะซบเซาขนาดนี้ หรือ MSN อันโด่งดังของ Microsoft จะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

แต่ที่แน่ๆ คงต้องดูกันต่อไปว่า วิกฤติครั้งนี้ของ Facebook นั้น จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีหรือไม่ สำหรับผมเองนั้น ด้วยภาระหน้าที่และการงาน ทำให้จำใจต้องใช้ Facebook ต่อไป แต่หากไม่มีภาระพวกนั้นแล้ว ผมอาจจะเป็นอีกคนหนึ่งในกลุ่มนั้น ที่ลบแอพฯ Facebook ออกจากโทรศัพท์อย่างถาวรเลยก็ได้..

แล้วคุณหละ.. จะยังคงใช้ Facebook ต่อไปมั้ย..?

มาร่วมแสดงความคิดเห็นและติดตามเรื่องราวสนุกๆทุกวันได้ที่แฟนเพจ บล็อคของปอ กันนะครับ